ใช้สารป้องกันกำจัดโรคข้าว…อย่างฉลาด ลดดื้อยา และช่วยเพิ่มผลผลิตข้าว
ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช
ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์
สารป้องกันกำจัดโรคพืชในนาข้าวนั้นเป็นอีกปัจจัยที่มีความจำเป็นในปัจจุบันในการควบคุมโรคที่สำคัญต่างๆ ในนาข้าว แต่ในการใช้ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิด "เชื้อดื้อยา (fungicide resistance)" โดยเฉพาะเมื่อใช้แต่สารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดเดิมซ้ำๆ โดยไม่ใช้วิธีจัดการอื่นๆ ร่วม ผู้เขียนจะมาแนะนำแนวทางในการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว
ทำความรู้จักสารกำจัดโรคพืชในนาข้าว
เรียนรู้กลุ่ม Frac และความเสี่ยงการดื้อยาของสารป้องกันกำจัดโรคแต่ละชนิด
กลุ่มสารป้องกันกำจัดโรคพืชที่นิยมใช้
- Demethylation inhibitors (3) เช่น propiconazole, difenoconazole, hexaconazole, tebuconazole
- Quinone outside Inhibitors (11) เช่น azoxystrobin, pyraclostrobin
- Benzimidazoles (1) เช่น carbendazim
- Multi-site fungicide (M) เช่น copper, zinc thiazole
สารป้องกันกำจัดโรคที่นิยมใช้ในการควบคุมโรคข้าวต่างๆ
สาเหตุที่ทำให้เชื้อสาเหตุโรคนาข้าวดื้อยา ได้แก่
1. ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มเดิมซ้ำๆ ไม่มีการสลับกลุ่มสารที่ใช้
2. ใช้สารในอัตราต่ำกว่าที่แนะนำ ทำให้เชื้อสาเหตุโรคไม่ตายและเกิดการคัดเลือกเชื้อโรคดื้อยา
3. การพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชถี่เกินไป จะเพิ่มแรงกดดันในการคัดเลือกเชื้อโรคที่ดื้อยา
4. เชื้อสาเหตุโรคข้าวบางโรคมีความแปรปรวนทางพันธุกรรมสูง เช่น เชื้อสาเหตุโรคไหม้ข้าว ทำให้มีความเสี่ยงต่อการดื้อยาง่าย
5. การเขตกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้โรคเกิดการระบาดได้ง่ายและมีการใช้สารบ่อย เช่น การปลูกข้าวหนาแน่น การใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราสูง
แนวทางลดความเสี่ยงและป้องกันการดื้อยาอย่างยั่งยืน
1. สลับกลุ่มสารป้องกำจัดโรคพืช ไม่ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชกลุ่มเดิมต่อเนื่องหลายครั้ง เช่น
- ครั้งที่ 1 Demethylation inhibitors (3)
- ครั้งที่ 2 Quinone outside Inhibitors (11)
- ครั้งที่ 3 multi-site fungicide (M)
2. การผสมสารป้องกำจัดโรคพืชที่ต่างกลุ่มกัน เช่น azoxystrobin(11) + difenoconazole(3) เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อดื้อยา
3. ใช้พันธุ์ต้านทาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลที่มีความเหมาะสมต่อการระบาดของโรค ควรเลือกใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดรุนแรง
4. จัดการสภาพแวดล้อมในนาไม่ให้เหมาะสมต่อการเกิดโรค
- ลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่เกินความจำเป็น
- การใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป
- จัดการน้ำให้เหมาะสม ไม่ไว้ระดับน้ำสูงเกินไป
5. ใช้ชีวภัณฑ์เข้าร่วม เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา แอสเพอร์เรียลลัม (Trichoderma asperellum)
6. ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชเมื่อจำเป็น คอยหมั่นสำรวจแปลง ติดตามการเกิดโรคและการพัฒนาอาการของโรค เพื่อประเมินและตัดสินใจในการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช



